วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559



บันทึกการเรียนครั้งที่ 15
วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.





เนื้อหาที่เรียน

พูดคุยเรื่องการจัดทำโครงการ

1.เนื้อหาการให้ความรู้ผู้ปกครอง
  • หนังสือสำหรับเด็ก
  • หนังสือเด็กในปัจจุบัน
  • หนังสือเด็กในประเทศไทย
  • ลักษณะหนังสือที่เด็กชอบ
  • จุดมุ่งหมายของหนังสือเด็ก
  • เทคนิคการเล่านิทาน
2.สถานที่จัดโครงการ
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
3.กิจกกรมในโครงการ
  • การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหนังสือนิทาน
  • การประดิษฐ์หุ่นมือจากกระดาษ





การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
      รู้ขั้นตอนการจัดโครงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ปรับเนื้อหาการจัดโครงการและรูปเล่มให้เหมาะสม รู้จักการทำงานร่วมกัน

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
  ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำและจดบันทึก

ประเมินเพื่อน
 ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำ

ประเมินอาจารย์ 
 ตอบข้อสงสัยและให้คำแนะนำคำปรึกษาเรื่องการจัดโครงการและรูปเล่มโครงการ

บันทึกการเรียนครั้งที่ 14
วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
เวล 08.30-11.30 น.


เนื้อหาที่เรียน
    ประชุมเกี่ยวกับการจัดโครงการ

สิ่งที่ต้องจัดทำคือ
1.เขียนโครงการ ประกอบด้วย 11 หัวข้อ
  • ชื่อโครงการ
  • วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
  • เนื้อหา/หลักสูตร
  • เป้าหมาย 2 แบบ คือ เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
  • วัน เวลาและสถานที่
  • รูปแบบโครงการ
  • แผนการดำเนินงาน
  • งบประมาณ
  • ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  • การติดตามผลและประเมินโครงการ
  • ผู้รับผิดชอบโครงการ
2.คำสั่งแต่งตั้ง
3.กิจกรรมที่จะทำในโครงการ
4.การจัดเอกสารการให้ความรู้ เช่น ป้ายนิเทศ แผ่นพับ
5.แบบประเมินโครงการ
6.แฟ้มโครงการ






การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
      เข้าใจขั้นตอนและวิธีการจัดโครงการมากยิ่งขึ้น รู้แนวทางการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
 ตั้งใจฟังที่อาจารย์แนะนำ

ประเมินเพื่อน 
 ตั้งใจฟังที่อาจารย์แนะนำ มีการจดบันทึก

ประเมินอาจารย์
 ให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการจัดโครงการ


บันทึกการเรียนครั้งที่ 13
วันจันทร์ที่  31  ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ
  • การคำนวนแบบสอบถาม

1.เพศ
- หญิง  27
- ชาย  13

2.อายุ
- 20-29 = 7
- 30-39 = 20 
- 40-49 = 7
- 50-59 = 6
- 60 ขึ้นไป = 0

3.สถานภาพ
- บิดา = 10
- มารดา = 18
- ลุง ป้า น้า อา = 3
- ปุ่ ย่า ตา ยาย = 9
- อื่น ๆ= 0

4.อาชีพ
- ข้าราชการ = 2
- พนักงานบริษัท = 8
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ = 2
- ค้าขาย = 21
- อื่นๆ = 7

5.รายได้ต่ำกว่า 
- 15000 = 22
- 15001 - 30000 = 19
- 30000 - 45000 = 0
- 45001 ขึ้นไป  =0





สรุป
1.นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
2.เพลงสำหรับเด็กปฐมวัย
3.การประดิษฐ์ของเล่นจากของเหลือใช้

การปุุระยุกต์ใช้
       สามารถนำไปสอบถามผู้ปกครองเพื่อตรวจสอบความต้องการของผู้ปกครองได้จริงและยังสามารถนำไป ประเมินในเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษาได้

ประเมิน
ตัวเอง:ช่วยเพื่อนสรุปและตรวจแบบประเมิน
เพื่อน:เพื่อนช่วยกันรวมคะแนน
ครู:อาจารย์ให้ทดลองทำด้วยตนเองและอธิบายข้อสงสัย


บันทึกการเรียนครั้งที่ 12
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.



***งดการเรียนการสอน เนื่องจากหยุดชดเชยวันปิยมหาราช***




บันทึกการเรียนครั้งที่ 11 
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.

สัมภาษณ์ผู้ปกครอง




บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
 วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559
(เวลา 08.30 น. - 11.30 น.)


การเขียนโครงการให้ความรู้ผู้ปปกครอง





ส่วนประกอบการเขียนโครงการ
ชื่อโครงการ: เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้ทราบในเบื้องต้นถึงโครงการที่จะดำเนินการ ชื่อโครงการควรเป็นชื่อที่ชัดเจน กระชับ และเข้าใจง่าย
ผู้รับผิดชอบโครงการ: เป็นการบ่งบอกหัวหน้าโครงการหรือผู้ที่รับผิดชอบโครงการ ควรจะระบุชื่อบุคคล รวมทั้งตำแหน่งและหน้าที่ ไม่ควรระบุเป็นชื่อของหน่วยงานเพียงอย่างเดียวเพราะอาจเกิดความยากลำบากในการติดตามหาผู้รับผิดชอบโครงการ
หลักการและเหตุผล: เป็นการอธิบายถึงที่มา ปัญหา และเหตุจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำโครงการ โดยมีข้อมูลมาสนับสนุน นอกจากนั้นควรชี้แจงถึงผลที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการด้วย
วัตถุประสงค์: คือ สิ่งที่ต้องการจะได้รับหรือผลงานที่ได้จากการดำเนินโครงการ โดยวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องสอดคล้องกับภารกิจขององค์กรด้วย การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะต้องมีคุณลักษณะที่มีความเฉพาะเจาะจง
เป้าหมาย: คือ ผลลัพธ์สุดท้ายที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการซึ่งเป็นการกำหนดในเชิงปริมาณหรือคุณภาพ และอาจจะเป็นจำนวนผู้ที่เข้าร่วมโครงการหรือจำนวนผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการก็ได้
วิธีดำเนินการ: เป็นสิ่งที่ระบุถึงลำดับขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมย่อยต่างๆ ของโครงการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้
ระยะเวลาดำเนินการ: เป็นการบ่งบอกถึงระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ตั้งไว้ โดยมีจุดบอกเวลาตั้งแต่เริ่มต้นและสิ้นสุด
งบประมาณ: เป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการ โดยอาจจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าดำเนินโครงการ ค่าบริหารจัดการโครงการ ค่าติดตามและประเมินผลเป็นต้น นอกจากนั้นยังต้องระบุแหล่งที่มาของงบประมาณที่ได้รับด้วยว่ามาจากแหล่งใด
สถานที่: เป็นการระบุสถานที่หรือพื้นที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ โดยจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนและเจาะจง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ: คือสิ่งที่จะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมถ้าดำเนินโครงการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยต้องระบุให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
การประเมินผล: เป็นการระบุวิธีการประเมินหรือประเด็นที่ควรประเมิน เพื่อจะได้ทราบว่าโครงการที่จัดทำนั้นบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่

การนำไปประยุกต์ใช้
   การทำโครงการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็ยสิ่งสำคัญมากเราจะได้รู้รูปแบบและวิธีทำและการเข้าหาผู้ปกครอง

ประเมิน

ตัวเอง
 ตั้งใจทำงานตามที่คุณครูสั่ง

เพื่อน
 ตั้งใจทำกิจกรรมที่ครูสั่งกันอย่างสนุกสนาน และให้ความร่วมมือดี

ครู
 ครูแนะนำวิธีการที่ถูกต้องให้เป็นอย่างดี เนื้อหามีตัวอย่างให้ดู เข้าใจง่าย


บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
 วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559
(เวลา 08.30 น. - 11.30 น.)





ความรู้ที่ได้รับ
การนำเสนอวิจัย 
   การพัฒนาและประเมินการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ผู้ปกครองไทย ในการส่งเสริมทักษะทางการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย ด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี
  • การศึกษาระดับ ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต
  • มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต
  • ปีที่ทำวิจัย ปีการศึกษา 2554
  • ผู้วิจัย คุณแสงวิไล จารุวาที

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 

1.เพื่อพัฒนาโปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองไทยเรื่องการส่งเสริมทักษะทางการอ่าน ออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ ในเรื่องเสียงอักษร (Letter Sounds) ทักษะการผสมเสียงให้เป็นคำ(Blending Skills) และทักษะการแยกเสียงในคำ(Segmenting Skills)
2.เพื่อประเมินการใช้โปรแกรมการส่งเสริมทักษะทางการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ของผู้ปกครองไทย โรงเรียนนานาชาติเซ นต์แอนดรูส์ สามัคคี 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.เพื่อส่งเสริมทักษะทางการอ่านภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ และแผนการดำเนินการใช้โปรแกรมที่ได้ จากการวิจัยนี้ โรงเรียนสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม เพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจในการส่งเสริมทักษะทางการอ่านภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย ให้สอดคล้องไปกับการ เรียนการสอนของทางโรงเรียน 
2.เพื่อส่งเสริมทักษะทางการอ่านภาษาอังกฤษ ของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมในโรงเรียนที่มีลักษณะและแนวการเรียนการสอนคล้ายคลึงกัน โดยดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพและความพร้อม ของโรงเรียนนั้นๆ 
3.ช่วยให้ผู้ปกครองเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการมีบทบาททางการส่งเสริมทักษะทางการอ่าน ภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย 

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
1.กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ปกครองชาวไทยของนักเรียนปฐมวัยอายุ 5-6 ปีที่ กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น Year 1 (เทียบเท่าชั้นอนุบาล 3 ในระบบการศึกษาไทย) ปีการศึกษา 2553 ของโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ เจาะจง ได้จำนวน 11 คน คือ
1.1 มีลูกศึกษาในโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี มาแล้วไม่น้อยกว่า1ปี
1.2 มีภาษาไทยเป็นภาษาแม่
1.3 สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
2.เนื้อหาของโปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองไทยเรื่องการส่งเสริมทักษะทางการอ่าน ภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์

3.ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง 9 สัปดาห์ แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 การทดสอบความสามารถทางโฟนิกส์ของเด็กปฐมวัย
ขั้นที่ 2 การประชุมให้ความรู้ผู้ปกครองไทยที่เข้าร่วมการวิจัย เรื่องการ สอนภาษาแบบโฟนิกส์
ขั้นที่ 3 การปฏิบัติการใช้กิจกรรมส่งเสริมสำหรับฝึกและพัฒนาทักษะของเด็กปฐมวัย
ขั้นที่ 4 การทดสอบความสามารถทางโฟนิกส์ ด้วยการฟังเสียงอักษร การผสมเสียง การแยกแยะเสียง และการถอดรหัสเสียงอักษรในคำ
ขั้นที่ 5 และประเมิน ผลการปฏิบัติตาม โปรแกรมการส่งเสริมทักษะทาง โฟนิกส์โดย ผู้ปกครองไทยโดยการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง)

4.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
4.1 โปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองไทยโดยการประชุมปฏิบัติการเรื่องการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาแบบโฟนิกส์ด้วยกิจกรรมส่งเสริมสำหรับฝึกและพัฒนาทักษะ
4.2 แบบทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์สำหรับเด็กปฐมวัย
4.3 แบบสัมภาษณ์ประเมินการใช้โปรแกรมของผู้ปกครองชาวไทย

การส่งเสริมทักษะทางการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยนิยามศัพท์เฉพาะ
1.โปรแกรมการให้ความรู้ผู้ปกครอง หมายถึง การให้ความรู้ในเรื่องเสียงอักษร ภาษาอังกฤษและแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะการออกเสียงอักษร การผสมเสียงให้เป็นคำ และทักษะการแยกเสียงในคำ
2.ผู้ปกครองไทย หมายถึง บิดา มารดา หรือผู้ที่มีความสัมพันธ์กับเด็กในครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูแทนบิดามารดา
3.การส่งเสริมทักษะทางการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ หมายถึง การสนับสนุนและเอาใจใส่ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมสำหรับฝึกและพัฒนาความสามารถในการแปลทางอักษรภาษาอังกฤษและอ่านออกเสียง ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง
4.เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนทั้งชายและหญิงมีอายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ ระดับชั้น Year 1 ( เทียบเท่าระดับชั้นอนุบาล 3 ในระบบการศึกษาไทย) ในโรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี
5.การสอนภาษาแบบโฟนิกส์ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อฝึกและ พัฒนาการออกเสียงอักษรคำในภาษาอังกฤษ
6.โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี หมายถึง โรงเรียนระดับอนุบาลและ ประถมศึกษาที่6 ที่มีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ(อังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ไทย) การสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ในบริเวณถนนสามัคคี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนประมาณ 120 คน

วิธีดำเนินการวิจัย

ประชากร 

เด็กปฐมวัยอายุ 5–6 ปี ที่กำลังศึกษา อยู่ในระดับชั้น Year 1 (ซึ่งเทียบเท่าระดับชั้นอนุบาล 3 ในระบบการศึกษาไทย) โรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูส์ สามัคคีปีการศึกษา 2553จำนวนทั้งสิ้น 14 คน

กลุ่มตัวอย่าง
ผู้วิจัยใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 11 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 

1.โปรแกรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองไทยเรื่องการส่งเสริมทักษะทางการอ่าน ภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟนิกส์
2.แบบทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์สำหรับเด็กปฐมวัย
3.แบบสัมภาษณ์ประเมินการใช้โปรแกรมของผู้ปกครองชาวไทย

การดำเนินการวิจัย
ผู้วิจัยใช้ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งสิ้น 9 สัปดาห์

การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลนำเสนอในรูปตารางสำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และ นำเสนอในรูปการบรรยายแบบความเรียงสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1.วิเคราะห์ผลคะแนนความสามารถทางภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์ ด้วยการหาค่าเฉลี่ย ผลต่างคะแนน และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยผลต่างคะแนนความสามารถทางภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมแบบโฟนิกส์ โดยทดสอบค่าที(t-test) แบบDependent Sample ที่ระดับความมีนัยสำคัญที่ .01 แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง 2.วิเคราะห์การประเมินการดำเนินการตามโปรแกรมการส่งเสริมทักษะการอ่าน ภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์ปัญหาที่พบ ข้อเสนอแนะโดยผู้ปกครอง ชาวไทย จากแบบสัมภาษณ์โดย สรุปรวบรวม เรียบเรียง จัดคำตอบต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่แล้วนำเสนอข้อมูลทั้งหมดในรูป ตาราง ความถี่ประกอบการบรรยายแบบความเรียงตามประเด็นต่างๆ

วัตถุประสงค์ที่ 1
  • เพื่อพัฒนาโปรแกรมการให้ความรู้ผู้ปกครองไทยเรื่องการส่งเสริมทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนแบบภาษาโฟนิกส์ ในเรื่องเสียงอักษร ทักษะการผสมเสียงให้เป็นคำ และทักษะการแยกเสียงในคำ
  • ผู้ปกครองทุกคนให้ความสนใจในเรื่องการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ ร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการสอนภาษาแบบโฟนิกส์ในมุมมองของตน ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของตนในฐานะผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
  • ผู้ปกครองแสดงความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เสียงอักษร ฝึกฝนและพยายามจำเสียงอักษรให้ได้ทุกตัวผ่านการเชื่อมโยงกับศัพท์ที่คุ้นเคย ผู้ปกครองแสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนช่วยทำให้ดีขึ้นและเพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การที่เด็กได้ฝึกฝนเพิ่มที่บ้านจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น และผู้ปกครองก็เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะต่างๆ
วัตถุประสงค์ที่ 2
  • เพื่อประเมินการใช้โปรแกรมส่งเสริมทักษะทางการออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนแบบโฟนิกส์ของผู้ปกครองไทยโรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูส์สามัคคี
  • ผลจากการเปรียบเทียบความสามารถทางภาษาอังกฤษแบบโฟนิกส์ของเด็กปฐมวัยที่เข้าร่วมโปรแกรมด้วยการทดสอบก่อน และหลังการทดลอง พบว่าหลังการเข้าร่วมโปรแกรม ความสามารถทางภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยสูงขึ้นกว่าก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ ดำเนินการตามทุกขั้นตอนที่กำหนดไว้ในโปรแกรมอย่างครบถ้วน เมื่อดำเนินการครบแล้วได้หาคำศัพท์นอกเหนือจากที่กำหนดมาให้เด็กฝึกฝนเพิ่มเติม
ข้อเสนอแนะ

1) ควรนำผลการวิจัยไปศึกษาในโรงเรียนที่มีบริบทต่างกันแต่ใช้การเรียนการสอนแบบโฟนิกส์เช่นเดียวกัน เช่น โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนนานาชาติที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมและกว้างขวางต่อไป

แหล่งอ้างอิง


แสงวิไล จารุวาที.2554. การพัฒนาและประเมินการใช้โปรแกรมการให้ ความรู้ผู้ปกครองไทย ในการส่งเสริมทักษะทางการอ่านออก เสียง ภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัยด้วยการสอนภาษาแบบโฟ นิกส์ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูส์สามัคคี. (ออนไลน์). 


แหล่งที่มา : http://tdc.thailis.or.th 18 กันยายน 2559

การนำไปประยุกต์ใช้

    สามารถนำการสอนภาษาแบบโฟนิกไปใช้กับโรงเรียนรัฐบาลหรือโรงเรียนทั่วไปได้ โดยการปูพื้นฐานเด็กให้เกิดความเข้าใจและความรู้ที่ตรงกัน และในขั้นต่อไปคือสร้างพื้นฐานและความสามารถให้ตรงกับเด็กและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนนั้น ๆ ได้

ประเมิน
ตัวเอง: ตอบคำถาม ออกไปนำเสนอ ได้ดี แต่มีผิดพลาดบ้าง แต่ได้ความรู้เรื่องการทำวิจัยจากกลุ่มอื่น 
เพื่อน:มีการนำเสนอและถามตอบกัน มีส่วนร่วมอย่างดี
ครู:เปิดโอกาสให้ได้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน มีความเป็นกันเอง แนะแนวทางที่ถูกต้องให้